บทสรุปเลกแรกลูกหนังไทยลีก 2019

 

         ฟุตบอลโตโยต้าไทยลีกหรือไทยลีก 2019 ผ่านพ้นการฟาดแข้งเลกแรกไปแล้ว โดยจะลงแข่งขันเลก2ในวันที่29 มิย.62 

    

         ใน15 นัดแรกนั้นมีทั้งความสนุกและดราม่ามากมาย ทีมนำเป็น"ปราสาทสายฟ้า"บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าและแชมป์ลีก6 สมัย ที่แซงเข้าป้ายจ่าฝูงด้วยการมี32 คะแนน

    

         หลังการท่าเรือ เอฟซี ผลงานแผ่วลงไป แม้พวกเขาจะไม่มีดาวซัลโวประจำทีมอย่าง "ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้"แต่นักเตะรายอื่้นยังรักษามาตรฐานได้ยอดเยี่ยม

    

         ส่วนรองจ่าฝูงมาแบบเงียบๆเช่นกัน สำหรับ"แข้งเทพ"ทรูแบ็งคอก ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ มาโน่ โพลกิ้ง ถึงแม้จะเริ่มต้นซีซั่นด้วยผลงานที่ไม่สู้ดีนัก

    

         แต่เมื่อเวลาผ่านไป"มาโน่"กลับได้ทีมที่ลงตัว และผลงานระยะหลังพาทีมชนะ4นัดรวด ตามหลังจ่าฝูงเพียง4คะแนนเท่านั้น หากเลกสองรักษามาตรฐานได้ก็น่าจับตามองทีเดียว

    

         อันดับ3ได้แก่"สิงห์เจ้าท่า"การท่าเรือ เอฟซี หลังนำจ่าฝูงก่อน2นัดสุดท้ายในเลกแรกผลงานแผ่วลงไป ซึ่งฟอร์มโดยรวมถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มีความไม่สม่ำเสมอ

    

         แน่นอนว่าต้องดูการเสริมนักเตะในเลก2ว่าทัพ"สิงห์เจ้าท่า"จะกลับมาได้หรือไม่ จากกการคว้านักเตะมาร่วมทีมแล้วไม่ว่าจะเป็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์,ปิยะชนก ดาฤทธิ์,โจซิมาร์ โรดิเกซ

    

         ขณะที่ทีมม้ามืดได้แก่"เขี้ยวสมุทร"สมุทรปราการ ซิตี้ แม้มีการปรับเปลี่ยนตัวกุนซือใหญ่อย่าง"โค้ชอั๋น"สุรพงษ์ คงเทพ แต่ทีมกลับมีผลงานที่ยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ เทตซึยะ มูระยะมะ

    

         ด้วยสไตล์การเล่นที่เพลสซิ่งไม่มีหมด ซึ่งหากพวกเขารักษามาตรฐานเอาไว้ได้โอกาสที่จะจบอันดับหนึ่งในห้าของตารางก็ไม่น่าเป็นปัญหา
    
    

         อันดับ5 "กว่างโซ้งมหาภัย"สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ยังคงเกาะอันดับหัวตารางมีการปรับเปลี่ยนนักเตะเลกที่2ไม่มาก แต่ด้วยประสบการณ์นักเตะที่น่าจะทำให้พวกเขาได้ลุ้นป้องกันแชมป์บอลถ้วย

  

         ทีมที่มาแรงแซงทางโค้ง สยบเซียนอย่าง"ช้างขาวเจ้าเกาะ"ตราด เอฟซี ที่ขึ้นมาสู่อันดับ6ของตาราง มี 23 คะแนน อาจมีลุ้นถึงการติดอันดับหัวตารางเลยทีเดียว

    

         หากพวกเขายังรักษานักเตะกำหลักเอาไว้ได้อย่าง ลอนซานา ดูมบูย่า,ดียุฟ บีรัมและกาฟาร์ ดูโรเซมี่ แน่นอนว่าต้องรอดูว่าตราด เอฟซี จะสร้างความฮือฮาต่อไปได้หรือไม่

    

         ส่วนอันดับ7-8ได้แก่ พีที ประจวบ เอฟซี และนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 2 ทีมที่ถือว่าทำผลงานได้ตามมาตรฐานไม่แย่หรือดีมากนัก ทว่าจะประมาทการตกชั้นไม่ได้ต้องพยายามโกยแต้มให้มากที่สุด

    

         อันดับ9-16 มองดูคะแนนไม่ห่างกันมากนัก ยังมีโอกาสพลิกแซงกันได้ทั้งหมด สุโขทัย เอฟซี กลายเป็นทีมจอมเสมอ หลังแบ่งแต้มคู่แข่งไป9 เกม ทำให้เก็บไปเพียง 18 คะแนนเท่านั้น 

    

         "ฉลามชล"ชลบุรี เอฟซี ดึง"โค้ชเตี้ย"สะสม พบประเสริฐ เข้ามาปลุกทีมให้ทำอันดับให้ดีที่สุด แต่ไม่ง่ายนักเมื่อมีอีกหลายทีมทำผลงานติดๆกันอย่างชัยนาท ฮอร์นบิลและพีทีที ระยอง 2ทีมที่ค่อนข้างดิ้นรนในการอยู่รอด

    

         อันดับ14 โซนตกชั้น"กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐานทำให้เปลี่ยนโค้ชไปแล้ว2คน โดยจบที่อเล็กซานเดอร์ กาม่า ซึ่งโจทย์ใหญ่ของเขาคือการนำทีมหนีพ้นโซนท้ายตาราง

    

         ปิดท้ายที่เชียงใหม่ เอฟซี และสุพรรณบุรี เอฟซี ที่ต้องเร่งทำผลงานอย่างเร่งด่วนๆเพราะดูจากผลงานแล้วหากปล่อยไปเช่นนี้น่าจะตกชั้นไปเล่นไทยลีก2แน่นอน

    

         และนี่คือบทสรุปคร่าวๆของไทยลีก2019 เลกแรก ซึ่งยังเหลือเวลาการเสริมนักเตะใหม่ถึงวันที่ 19 กค.62 ใครจะอยู่ใครจะไปได้รู้กันใน15นัดสุดท้าย

 

อัพเดทผลบอลออนไลน์ ผลบอลล่าสุด ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวฟุตบอล โปรแกรมบอล และติดตามข่าวกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ taloomball.com
    

ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
ดูบอลสด
ดาวน์โหลด โพยบอล
ทีเด็ดตะลุมบอล